top of page
Asset 4.webp

คำนวณต้นทุนไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟอย่างไร? รู้ต้นทุนก่อนขาย กำไรดีตั้งแต่โคนแรก

  • hisweetjourney
  • Jul 3
  • 2 min read

Updated: Aug 25


หลายคนอยากเปิดร้านไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ แต่ไม่รู้ว่าควรตั้งราคาขายเท่าไรถึงจะมีกำไร

คำถามที่ผู้ประกอบการถามบ่อยที่สุดคือ

  • ไอศกรีม 1 โคน ต้นทุนเท่าไร?

  • ควรขายราคาเท่าไร?

  • ทำไมบางร้านขาย 25 บาท บางร้านขาย 45 บาท?

  • ซื้อผงไอศกรีมราคาถูก จะกำไรดีกว่าจริงหรือ?

บทความนี้จะพาไปคำนวณต้นทุนไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟแบบละเอียด พร้อมอธิบายว่าทำไม "ต้นทุนที่แท้จริง" สำคัญกว่าการดูราคาผงไอศกรีมเพียงอย่างเดียว


ขั้นตอนที่ 1 คำนวณต้นทุนวัตถุดิบ

ตัวอย่าง

ผงไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ

  • น้ำหนัก 1 ถุง 5,000 กรัม (หลังผสมน้ำ)

  • ราคาต่อถุง 510 บาท

ดังนั้น

ต้นทุนต่อกรัม

510 ÷ 5,000 = 0.102 บาทต่อกรัม

นี่คือจุดเริ่มต้นของการคำนวณต้นทุนทุกเมนู


ขั้นตอนที่ 2 คำนวณต้นทุนไอศกรีมต่อเสิร์ฟ

เมื่อทราบต้นทุนต่อกรัมแล้ว ให้นำไปคูณกับปริมาณที่เสิร์ฟจริง


ตัวอย่าง

ไอศกรีมถ้วย 4 oz ปริมาณ 80 กรัม

ต้นทุนไอศกรีม

80 × 0.102

= 8.16 บาท


ไอศกรีมถ้วย 6 oz ปริมาณ 120 กรัม

ต้นทุนไอศกรีม

120 × 0.102

= 12.24 บาท

จะเห็นว่า เพียงเพิ่มปริมาณ 40 กรัม ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 4 บาทเท่านั้น


ขั้นตอนที่ 3 อย่าลืมต้นทุนบรรจุภัณฑ์

ผู้ประกอบการหลายคนคิดเฉพาะต้นทุนผงไอศกรีม แต่ลืมคิดต้นทุนอื่น เช่น

  • ถ้วย

  • โคน

  • ช้อน

  • ปลอกกระดาษ

  • ซอส

  • ท็อปปิ้ง

แม้ต้นทุนแต่ละรายการจะดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันแล้วอาจเพิ่มขึ้นอีก 2–6 บาทต่อเสิร์ฟ


ตัวอย่าง

ไอศกรีมถ้วย 4 oz

  • ต้นทุนไอศกรีม 8.16 บาท

  • ถ้วย 1.53 บาท

  • ช้อนไม้ 0.64 บาท

รวมต้นทุน 10.33 บาท


ขั้นตอนที่ 4 ตั้งราคาขายจากกำไรที่ต้องการ

หลายคนใช้วิธี

ต้นทุน × 2

ซึ่งไม่ผิด แต่ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ร้านที่ประสบความสำเร็จมักตั้งราคาจาก

  • ต้นทุนวัตถุดิบ

  • ค่าแรง

  • ค่าเช่า

  • ค่าไฟ

  • ค่าเสื่อมเครื่อง

  • กำไรที่ต้องการ


ตัวอย่าง ต้นทุน 10.33 บาท ราคาขาย 35 บาท

กำไรขั้นต้น 24.67 บาท GP 70.48%

ถือว่าเป็นอัตรากำไรที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ


วิธีคำนวณ กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GP)

GP (%) = (ราคาขาย − ต้นทุนสินค้า) ÷ ราคาขาย × 100

โดยที่

  • ราคาขาย (Selling Price) = ราคาที่ลูกค้าจ่าย

  • ต้นทุนสินค้า (Cost of Goods Sold: COGS) = ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ของเมนูนั้นหมายเหตุ: ต้นทุนสินค้าควรรวมเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า เช่น ผงไอศกรีม ถ้วย โคน ช้อน ซอส และท็อปปิ้ง ไม่รวมค่าเช่า ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน


    ตัวอย่าง : ไอศกรีมถ้วย 4 ออนซ์

    • ราคาขาย 35 บาท

    • ต้นทุนรวม 10.33 บาท


    ขั้นตอนที่ 1 คำนวณกำไรขั้นต้น

    35 − 10.33 = 24.67 บาท


    ขั้นตอนที่ 2 คำนวณ GP

    (24.67 ÷ 35) × 100 = 70.48%

    สรุป

    • กำไรขั้นต้น = 24.67 บาท

    • GP = 70.48%



ต้นทุนต่ำ ไม่ได้แปลว่ากำไรสูง

หลายคนเลือกผงไอศกรีมจากราคาเพียงอย่างเดียว

เช่น

"ผงยี่ห้อนี้ถูกกว่า 30-50 บาท"

แต่ความจริงแล้ว ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • เนื้อสัมผัส

  • ความคงตัว

  • ความหอม

  • รสชาติ

  • การละลาย

  • ลูกค้าซื้อซ้ำหรือไม่

หากลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้อซ้ำ แม้ต้นทุนต่อเสิร์ฟจะสูงขึ้นเล็กน้อย ก็สามารถสร้างกำไรได้มากกว่าในระยะยาว


เพิ่มกำไรด้วยเมนู Premium

แทนที่จะลดราคา ลองเพิ่มเมนูที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้า เช่น

  • Waffle Cone

  • Signature Sundae

  • Espresso Affogato

  • Milk Float

  • คุกกี้

  • ซีเรียล

  • มาร์ชเมลโลว์

เมนูเหล่านี้ใช้ต้นทุนเพิ่มเพียงเล็กน้อย แต่ช่วยเพิ่มราคาขายและกำไรต่อบิลได้อย่างชัดเจน


อย่ามองแค่กำไรต่อโคน

ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจะวิเคราะห์มากกว่าแค่กำไรของไอศกรีม 1 โคน แต่ยังติดตามตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่

  • กำไรต่อเสิร์ฟ (Profit per Serving)

  • กำไรต่อบิล (Profit per Transaction)

  • ยอดซื้อเฉลี่ยต่อคน (Average Order Value: AOV)

  • กำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย (Net Profit)

การบริหารตัวชี้วัดเหล่านี้จะช่วยให้ร้านสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง แม้ยอดขายจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุป

การคำนวณต้นทุนไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟไม่ใช่เพียงการนำราคาผงไอศกรีมมาหารจำนวนเสิร์ฟ แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบเสริม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และกลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม

ร้านที่ประสบความสำเร็จไม่ได้แข่งขันกันที่การขายราคาถูกที่สุด แต่แข่งขันกันที่ การบริหารต้นทุน การสร้างเมนูที่มีมูลค่าเพิ่ม และการส่งมอบคุณภาพที่ลูกค้ายินดีจ่าย

เมื่อเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงและวางแผนราคาขายอย่างเหมาะสม ธุรกิจไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟก็สามารถสร้าง อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit) มากกว่า 60–70% และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 
 
 

Comments


bottom of page